blood donate header

blood donate 01

บริจาคโลหิตดีอย่างไร?

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ องค์สภานายิกา สภากาชาดไทย ทรงมีพระราชดำรัสถึงผู้บริจากโลหิตว่า “โลหิตเป็นปัจจัยหล่อเลี้ยงรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ นับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การบริจาคโลหิตจึงเทียบได้กับการบริจาคชีวิตเป็นทานสูงสุด ควรยกย่องสรรเสริญอย่างยิ่ง การที่ประชาชนชาวไทยมีศรัทธาบำเพ็ญประโยชน์อย่างเดียวกันนี้แสดงว่าทุกคนมี จิตใจเป็นกุศลถือตนเป็นเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน มีหน้าที่ที่จะอนุเคราะห์กันและกัน นอกจากนี้การบริจาคโลหิตยังถือว่าเป็นการให้ทานที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถช่วย ชีวิตเพื่อนมนุษย์ ที่เจ็บป่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เพราะฉนั้น ผู้บริจาคโลหิตทุกคน จึงถือว่าเป็นผู้ที่เสียสละควรแก่การยกย่องและสรรเสริญ”

ประโยชน์ของการบริจาคโลหิต

  • ได้รับความภูมิใจที่ได้เสียสละโลหิตในร่างกายเพื่อเป็นสาธรณประโยชน์ต่อผู้อื่น เป็นการทำบุญอันยิ่งใหญ่ซึ่งจะทำให้ท่านมีความสุขใจ
  • ได้รับการตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำทุก 3 เดือน
  • ได้รับทราบหมู่โลหิตของตนเอง ทั้งระบบ เอ บี โอ และระบบ อาร์เอช
  • โลหิตทุกยูนิตที่ได้รับบริจาค ต้องผ่านกระบวนการคัดกรองเชื้อต่างๆ ในห้องปฏิบัติการ เหมือนกับการที่ผู้บริจาคโลหิตได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี, ไวรัสตับอักเสบ ซี, เอดส์และอื่นๆ

ทำไมต้องมีการบริจาคโลหิต

โลหิตเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงรักษาชิวิตมนุษย์ ให้อยู่รอด นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามค้นคว้ามาเป็นเวลานาน แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จในการหาสารประกอบอื่นๆ ที่มาทดแทนโลหิตได้ เมื่อยามที่ร่างกายเสียโลหิตจากอุบัติเหตุ ผ่าตัด หรือ โรคที่จำเป็นต้องรักษาด้วยโลหิต จึงจำเป็นต้องรับบริจาคโลหิตจากบุคคลหนึ่งเพื่อนำไปให้อีกบุคคลหนึ่ง เพื่อช่วยให้ทันท่วงทีนั่นเอง

ความจำเป็นต้องใช้โลหิต โลหิต 77% ที่ได้รับบริจาคถูกนำไปใช้เพื่อทดแทนโลหิตที่สูญเสียไป ในภาวะต่างๆ อาทิ อุบัติเหตุ การผ่าตัด โรคกระเพาะอาหาร การคลอดบุตร ฯลฯ อีก 23 % เป็นการนำโลหิตไปใช้เฉพาะโรค อาทิ โรคโลหิตจาง(ธาลัสซีเมีย) เกล็ดโลหิตต่ำ ฮีโมฟีเลีย เป็นต้น

blood donate

ขั้นตอนการบริจาคโลหิต

  1. กรอกประวัติข้อมูลเบื้องต้น
  2. ตรวจวัดความดัน/ซักประวัติผู้บริจาค
  3. ตรวจความเข้มของโลหิต และตรวจหมู่โลหิต
  4. ลงทะเบียนผู้บริจาคโลหิต
  5. เจาะเก็บโลหิต หลังบริจาคโลหิตเรียบร้อยแล้ว นอนบนเตียงประมาณ 5 นาที
  6. ทานอาหารว่างตามที่ จนท. จัดเตรียมไว้ให้

คุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต

  • มีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป
  • อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 70 ปีบริบูรณ์
    ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรกต้องอายุไม่เกิน 55 ปี
    ถ้าอายุ 17 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
    ถ้าอายุ 60-70 ปี ต้องมีหนังสือรับรองจากแพทย์
  • มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างไม่สบายหรือรับประทานยาใดๆ
  • ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด
  • สตรีไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

  • นอนหลับให้เพียงพอ ในเวลาปกติคืนก่อนวันบริจาค
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กเพิ่ม
  • รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้
  • ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณ โลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต
  • ไม่มีอาการมึนเมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ หรืออื่นๆ

ขณะบริจาคโลหิต

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว
  • เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ที่สามารถให้โลหิตไหลลงถุงได้ดี ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
  • ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล
  • ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต
  • ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการ ผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที
  • หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อย ห้ามลุกทันที ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง

หลังบริจาคโลหิต

  • ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1-2 วัน
  • หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนักๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคโลหิต
  • ถ้ามีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบนั่งก้มศีรษะต่ำระหว่างเข่า หรือนอนราบยกเท้าสูงจนกระทั่งมีอาการปกติจึงลุกขึ้น และเดินทางกลับ ป้องกันอุบัติเหตุจากการล้ม
  • ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อส กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล
  • ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละอย่างน้อย 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก

ในปีพุทธศักราช 2554 นี้ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมทำดีด้วยการบริจาคโลหิต ในโครงการ "ประชาชนชาวไทยทำความดี บริจาคโลหิตถวายพ่อของแผ่นดิน" เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช องค์ราชูปถัมภกสภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม พุทธศักราช 2554

award blood

บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดรับบริจาคโลหิตทุกวัน ยกเว้นวันที่ 1 มกราคม ของทุกปีปิดทำการ

  • จันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 08.00-16.30 น.
  • อังคาร, พฤหัสบดี เวลา 07.30-19.30 น.
  • เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-15.30 น.

หรือติดต่อขอทีมงานออกรับบริจาคโลหิตที่หน่วยงานท่าน โทร. 0 2252 1637, 0 2263 9600 ต่อ 1770, 1771 หรือติดต่อที่เหล่ากาชาดจังหวัดทุกจังหวัด

สำหรับพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี สามารถติดต่อขอบริจาคได้ที่

  • เหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี
  • โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
  • ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 7

blood reserv

 

school prj header

school prj 00เหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี เป็น 1 ใน 8 จังหวัด ที่ได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทยตั้งแต่ปี พ.ศ 2547 โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 10 โรงเรียน

ในแต่ละปีการศึกษา เหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับเขตพื้นที่การศึกษา ทั้ง 5 เขตจัดทำแผนการตรวจเยี่ยมโรงเรียนฯ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม โดยเฉลี่ยโรงเรียนละ 5 ครั้ง โดยมีการจัดประชุมผู้ตรวจเยี่ยมก่อนทุกครั้ง

school prj 01

ประชุมคณะกรรมการตรวจเยี่ยม

school prj 02

คณะกรรมการตรวจเยี่ยมและประเมินผลการดำเนิน การของโครงการในโรงเรียนต่างๆ เพื่อมอบป้ายรับรองมาตรฐานให้กับโรงเรียน และมอบเกียรติคุณบัตรให้กับนกเรียนแกนนำ ทุกปีการศึกษา

school prj 03

muang30_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนม่วงสามสิบอัมพวันวิทยา

school_prj_m30

yanglum_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนบ้านยางลุ่ม

school_prj_yl01

school_prj_yl02

patumpit_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนปทุมพิทยาคม

school_prj_ptw

 

sripatum_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนศรีปทุมพิทยาคาร

school_prj_spw

kasemsima_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนเกษมสีมาวิทยาคาร

school_prj_ksm01

school_prj_ksm02

matayomtrakan_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนมัธยมตระการพืชผล

school_prj_mtk01

school_prj_mtk02

srimuang_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนศรีเมืองวิทยาคาร

school_prj_sm01

school_prj_sm02

luekamhan_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนลือคำหาญวารินชำราบ

school_prj_lkh01

school_prj_lkh02

nasuang_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนนาส่วง

school_prj_nasuang

nongbor_header

คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด และตัวแทนจากเขตพื้นที่การศึกษา ได้ออกตรวจเยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานระบบการต้านยาเสพติด ของ สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนหนองบ่อสามัคคีวิทยา

school_prj_nongbor

 

comitte header

yupapon vitoon

นางยุพาภร วิฑูรย์
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี

no image no image no image3

 

รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด

 

รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด

 

รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด

กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด
prateep kijawatana banbai malai tanawarit tana
พ.ต.อ.ประทีป  กิจจะวัฒนะ
กรรมการเหล่ากาชาด
นางบานใบ  มาลัย
กรรมการเหล่ากาชาด
ว่าที่ ร.อ. ธนาวริทธิ์ ธนิกวลัยรัตนิน
กรรมการเหล่ากาชาด
soompornm punya garruwan
นางสมพร  มัลลานู
กรรมการเหล่ากาชาด
นายปัญญา  ซากะจะ
กรรมการเหล่ากาชาด
นางจารุวรรณ  สนิทรัตน์
กรรมการเหล่ากาชาด
pringpit somtawin karoon komolvit
นางพริ้งพิศ  วังทอง
กรรมการเหล่ากาชาด
นางสมถวิล  ทวีสุข
กรรมการเหล่ากาชาด
นายการุณ  โกมลวิชญ์
กรรมการเหล่าชาด
tanachanok suriyadet wimolwan pongkittirat prayoon sihuaton
นางธนชนก  สุริยเดชสกุล
กรรมการเหล่ากาชาด
นางวิมลวรรณ  พงศ์ฐิติรัตน์
กรรมการเหล่ากาชาด
นางประยูร  สีหัวโทน
กรรมการเหล่ากาชาด
kalaya cheunmaitree natporn jamnong songsida
นางกัลยา  ชื่นไมตรี
กรรมการเหล่ากาชาด
นางสาวณัฐพร  วรรณา
กรรมการเหล่ากาชาด
นางจำนง  สองสีดา
กรรมการเหล่ากาชาด
naparee tosaeng bvon yosita sangketkan
นางนภานรี  โตแสง
กรรมการเหล่ากาชาด
นางบวร  เหล่าอยู่คง
กรรมการเหล่ากาชาด
นางโยษิตา   สังเกตการณ์
กรรมการเหล่ากาชาด
sompratana luangpipat amonrat pomhin santipong nonjan
นางสมปรารถนา  เหลืองพิพัฒน์ษร
กรรมการเหล่ากาชาด
อมรรัตน์  ป้อมหิน
กรรมการเหล่ากาชาด
นายสันติพงศ์  โนนจันทร์
กรรมการเหล่ากาชาด
somjit supadon pitoon tanee wannee santana
นางสมจิต  ศุภดล
กรรมการเหล่ากาชาด
นางไพฑูรย์    ธานี
กรรมการเหล่ากาชาด
นางวรรณี  สัณธนะ
กรรมการเหล่ากาชาด
jongkol songsaeng klinkajon kaewkanya pitsamai ongsatapon
นางจงกล  ส่องแสง
กรรมการเหล่ากาชาด
นางกลิ่นขจร  แก้วกัลยา
กรรมการเหล่ากาชาด
นางพิศมัย  องค์สถาพร
กรรมการเหล่ากาชาด
wimolwan pongkittirat sukanya sotawong pijit boontan
นางวิมลวรรณ  พงศ์ฐิติรัตน์
กรรมการเหล่ากาชาด
นางสุกัญญา โสตะวงศ์
กรรมการเหล่ากาชาด
นายพิจิตร  บุญทัน
เลขานุการ
boonlaun ratanabamrung    
นางบุญเลื่อน  รัตนบำรุง
เหรัญญิก
   

office_staff_header

yupapon vitoon

นางยุพาภร วิฑูรย์

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี

บุคลากรประจำสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี
piponpan darunee 2 sirirat ratanabamroong

น.ส.พิพรพรรณ จงวัฒน์

เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป

นางสาวดรุณี บุญครอง

พนักงานราชการ

นางสาวศิริรัตน์ รัตนบำรุง
เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี

wanchai chanawong 

nipapon

suriyachai somdee 
 นายวันชัย  ชนะวงศ์
เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
นางนิภาพร ศรชัย
เจ้าหน้าที่สำนักงาน
นางสาวสุริยฉาย  สมดี
เจ้าหน้าที่สำนักงาน
sunisa wongla bandan simawan aram kamkong

นางสาวสุนิสา  วงศ์หล้า

แม่บ้าน

ม.ญ.บันดาล  สิมาพันธ์

เจ้าหน้าที่พยาบาล/พนักงานขับรถ

นายอร่าม  คำคง
พนักงานขับรถ

 satit  sayan  

นายสถิตย์ บุญยิ้ม

เจ้าหน้าที่คนพิการ

นายสายันต์ สายเมฆ

เจ้าหน้าที่คนพิการ

 
     



     



award_medal

เหรียญกาชาดสมนาคุณ (The Red Cross Awards Medal) จัดเป็นเหรียญราชอิสริยาภรณ์ประเภทเหรียญที่พระราชทานเป็นที่ระลึก เหรียญนี้สร้างขึ้นโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๒ ซึ่งสภากาชาดจะได้มอบให้ผู้ประกอบคุณงามความดีตามข้อบังคับสภากาชาดไทย

พ.ศ.๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการร่วมกันสละทรัพย์เป็นทุนตั้งสมาคมขึ้นสำหรับจัดหาเวชภัณฑ์ให้ แก่ทหาร ซึ่งต้องไปราชการในสนามไว้ในพระบรมราชูปถัมถ์ และพระราชทานนามว่า "สภาอุณาโลมแดง" ซึ่งภายหลังเปลี่ยนนามเป็น "สภากาชาดไทย"

พ.ศ.๒๔๖๑ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตรา "พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาด พระพุทธศักราช ๒๔๖๑" ซึ่งตามพระราชบัญญัตินี้ ยังไม่มีการสถาปนาเหรียญกาชาด สำหรับประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีแต่เครื่องหมายสำหรับสมาชิกสภากาชาดไทย เป็นเข็มกลัดทองลงยา หรือเงินกะไหล่ทองลงยา มีอักษรพระบรมนามาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ทับบนรูปกาชาดวางอยู่กลาง

พ.ศ.๒๕๐๒ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้ตรา "พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๐๒" เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม "พระราชบัญญัติว่าด้วยสภากาชาดไทย พระพุทธศักราช ๒๔๖๑" และให้มีเหรียญ กาชาดสมนาคุณ และกาชาดสรรเสริญ ซึ่งสภากาชาดจะได้มอบให้ผู้ประกอบคุณความดี ตามข้อบังคับของสภากาชาดไทย โดยผู้ได้รับเหรียญทั้งสอง ประดับเหรียญนี้ได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์

เหรียญกาชาดสมนาคุณ มีชนิดเดียว แบ่งเป็น ๓ ชั้น

  • ชั้นที่ ๑ ทองคำลงยาที่กาชาด
  • ชั้นที่ ๒ เงินกะไหล่ทอง
  • ชั้นที่ ๓ เงินรมดำ

ลักษณะเป็นเหรียญกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๗ มิลลิเมตร

award_medal

ด้านหน้า มีรูปเครื่องหมายกาชาด และรูปนางพยาบาลประคองทารกกับคนชรา

  • ชั้นที่ ๑ เป็นรูปเครื่องหมายกาชาดลงยาราชาวดีสีแดง
  • ชั้นที่ ๒ เป็นรูปเครื่องหมายกาชาดอยู่บนวงกลม พื้นลงยาราชาวดีสีขาว ขอบสีทอง
  • ชั้นที่ ๓ เป็นรูปเครื่องหมายกาชาดอยู่บนวงกลม พื้นลงยาราชาวดีสีขาว ขอบสีเงิน

ด้านหลัง ตรงกลางมีที่ว่างสำหรับจารึกนามผู้ได้รับเหรียญ และพุทธศักราช กับมีอักษรว่า "สภากาชาด" อยู่ริมขอบบน และ "สมนาคุณ" อยู่ริมขอบล่าง มีห่วงเป็นรูปนก ห้อยกับแพรแถบสีขาวกว้าง ๓ เซนติเมตร ด้านหน้าแพรแถบตรงกลางมีกาชาดลงยาราชาวดีต่างกันแต่ละชั้น

  • สำหรับบุรุษ ใช้ห้อยกับแพรแถบ ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
  • สำหรับสตรี ใช้ห้อยกับแพรแถบ ผูกเป็นรูปแมลงปอ

การประดับ

  • ให้ผู้ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณประดับเหรียญนี้ได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  • เหรียญกาชาดสมนาคุณมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่ผู้รับ เมื่อผู้ได้รับวายชนม์ ให้ตกทอดแก่ทายาทเพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึก
  • ให้มีเครื่องหมายประดับแพรแถบเหรียญกาชาดสมนาคุณ

คุณสมบัติของบุคคลที่สมควรได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณ

ผู้ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณ คือ ผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทยโดยบริจาคเงินประการหนึ่ง โดยการช่วยด้านกำลังกาย กำลังปัญญา จนเป็นผลดีประการหนึ่ง และการบริจาคโลหิตอีกประการหนึ่ง ผู้ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑ หรือชั้นที่ ๒ ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่บริจาค หรือขึ้นกับผลงานที่เป็นประโยชน์แก่สภากาชาดไทย ส่วนผู้ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓ ขึ้นอยู่กับผลงานเป็นหลัก ทั้งนี้ อาจมีเงื่อนไขอื่นๆ ที่สภากาชาดไทยกำหนดขึ้น และอาจได้รับการพิจารณาให้ได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๒ และชั้นที่ ๑ ได้

คุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑

  • เป็นผู้ที่บริจาคทรัพย์แก่สภากาชาดไทยเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท
  • เป็นผู้ที่บริจาคโลหิตแก่สภากาชาดไทยครบ ๑๐๐ ครั้ง
  • เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทยด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา และแรงงาน
  • เป็นผู้ที่เป็นหัวหน้าช่วยแนะนำให้มีผู้บริจาคทรัพย์แก่สภากาชาดไทย ตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป จนได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๒ แล้ว แต่ยังช่วยแนะนำต่อไปอีกเป็นเวลา ๕ ปี จำนวนไม่ต่ำกว่า ๕ ครั้ง มีสิทธิได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๑

คุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๒

  • เป็นผู้ที่บริจาคทรัพย์แก่สภากาชาดไทยเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๕๐,๐๐๐ บาท
  • เป็นผู้ที่ชักชวนให้มีผู้บริจาคทรัพย์แก่สภากาชาดไทยเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท
  • เป็นผู้ที่บริจาคโลหิตแก่สภากาชาดไทยครบ ๗๕ ครั้ง
  • เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทยด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา และแรงงาน ต้องได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓ มาแล้ว ไม่น้อยกว่า ๔ ปี

คุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับเหรียญกาชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓

  • เป็นผู้ที่บริจาคโลหิตแก่สภากาชาดไทยครบ ๕๐ ครั้ง
  • เป็นผู้ที่ช่วยเหลือสภากาชาดไทยด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา และแรงงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปี
  • อนึ่ง ผู้ที่ปฏิบัติงานเป็นประโยชน์ยิ่งแก่สภากาชาดไทย อาจได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

award medal 2